ทิศทางท่องเที่ยวไทย ปี60

ททท.เดินหน้าแผนท่องเที่ยว 4.0 ปี’60เชื่อมเศรษฐกิจชุมชนสู่โลกปั๊มรายได้2.8ล้านล้าน
  การประชุมแผนแม่บทการท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2560 ถือเป็นปีแรกของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ที่มี “ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท.คนแรกจากภายนอกองค์กรเข้ามาเป็นผู้นำการปฏิรูปแนวคิดใหม่ๆ แตกต่างจากเมื่อ 56 ปีที่ผ่านมา 
 ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร อธิบายว่า ปี 2560 ได้กำหนดกรอบแนวคิด “ท่องเที่ยว 4.0” ด้วยคอนเซ็ปต์การทำงานในธีม WE CARE เดินหน้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยยึดแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน 2 ภารกิจ คือ ภารกิจแรก สร้างความ เข้มแข็งจากภายใน ภารกิจที่สอง เชื่อมโยงภายในสู่เศรษฐกิจโลก มุ่งเน้นกลยุทธ์การนำเทคโนโลยีและ ออกแบบอย่างมีดีไซน์ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจการท่องเที่ยวฐานราก” สร้างความมั่งคั่งทางการท่องเที่ยวผ่าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ เข้ามาพัฒนา “สินค้าท่องเที่ยว” ให้มี “นวัตกรรม” แตกต่างจากเดิม ๆ  
 หัวใจหลักของการสร้าง “ความเข้มแข็งภายใน” มีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเครือข่าย 2.ยกระดับนวัตกรรมทุกส่วนในประเทศ 3.สร้างสังคมที่มีจิตวิญญาของความเป็นผู้ประกอบการ ส่วน “การเชื่อมโยงภายในสู่ภายนอกกับเศรษฐกิจโลก” เริ่มจากต้นทางเศรษฐกิจครอบคลุมทั้ง 3 ระดับ คือ ภายในประเทศ ภูมิภาค และโลก
  โจทก์ของ “แผนแม่บทการท่องเที่ยว” ระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2560-2564 ฉบับปฐมฤกษ์ จะเริ่มตามปีงบประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 2559 นี้ ททท.ได้ตั้งเป้าพลิก “ชุมชนท่องเที่ยว” สู่ก้าวใหม่ด้วยการใช้นวัตกรรมดีไซน์การผลิต “สินค้า” ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์พื้นเมือง มาตรฐาน บริการซึ่งมีอัตลักษณ์ท้องถิ่นวางขาย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะตอบโจทก์ท้าทายในการสร้าง “ดุลยภาพ” ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ควบคู่กับ “การเพิ่ม” ทั้ง “รายได้ และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน” จากนักท่องเที่ยวคนไทยและทั่วโลก 
 โดยวางเป้าหมายตลอดปีงบประมาณ 2560 การท่องเที่ยวจะต้องมีรายได้รวมประมาณ 2.87 ล้านล้านบาท จากตลาดต่างประเทศ 1.87 ล้านล้านบาท และตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศ 1 ล้านล้านบาท ด้วยการบริหารความเสี่ยงลดพึ่งพารายได้จากตลาดโลกลดสัดส่วนที่เคยได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 67 % ลงมาเหลือ 65 % แล้วหันมาเพิ่มในประเทศขึ้นอีก 2 % จาก 33 % ขยับเป็น 35 %  
 เป็นตัวเลขรายได้ที่ “ท้าทาย” สุดในรอบ 4 ทศวรรษ จากปัจจัยรอบด้านทั้ง สภาพการบริโภคภายในประเทศ เศรษฐกิจโลกผันผวน และนานาประเทศลุกขึ้นมาแข่งขันกันขายสินค้าท่องเที่ยว
  “ดร.ยุทธศักดิ์” ย้ำว่ามั่นใจใน “พลังความรู้ประสบการณ์” บวกกับ “การทำงานแนวใหม่เชิงบูรณาการ” ระหว่างฝ่ายสินค้า ฝ่ายการตลาด สำนักงาน ททท.ในและต่างประเทศ ฝ่ายสื่อสารตลาดและประชาสัมพันธ์ และทุกหน่วยในองค์กร ความเข้มแข็งจากภายในจะเป็นกุญแจดอกสำคัญ “ฝ่าด่านความท้าทาย” นำพา “ความสำเร็จ” เชื่อมโยงชุมชนไทยไปสู่เศรษฐกิจภายนอกระดับโลกได้
 ขณะที่ “นายศุกรีย์ สิทธิวนิช” รองผู้ว่าด้านสื่อสารการตลาด ททท.กล่าวว่า วางแผนทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ “การท่องเที่ยว 4.0” โดยจะเน้นให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์เข้าถึงวิถีไทยอย่างลึกซึ้ง บูรณาการทำงาน การใช้งบประมาณ ระหว่างฝ่ายสินค้ากับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย “ตลาดต่างประเทศ” จะชูธีม Amazing Thailand Discover Amazing Stories โดยก้าวข้ามปีนี้ซึ่งเน้นคุณค่าของมูลค่าเพิ่มทางรายได้ไปสู่การเพิ่มประสบการณ์เข้าถึงเอกลักษณ์ชุมชนท้องถิ่นทั้งทางด้านแหล่งท่องเที่ยวและสินค้า ซึ่งจะแปลงกิจกรรมโครงการจากเดิมเน้นสร้างการรับรู้คุณค่าขยับเป็นกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของตลาดแต่ละช่วงทั้งในฤดูจะรักษาจุดแข็งสร้างการรับรู้ ส่วนนอกฤดูเดินทางจะผลิตสินค้าเฉพาะกลุ่มกระตุ้นเพิ่มเติม ผ่านช่องทางเทรนด์ใหม่กลุ่มบล็อกเกอร์ ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย ครบวงจร
 ส่วน “ตลาดในประเทศ” ปี 2560 ธีมจะปรับเป็น “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ต่อยอดจากปีนี้ที่ใช้ “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ที่ทำให้คนหันมาแต่งชุดไทย ต่อไปจะต้องลงลึกประสบการณ์เอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยอีกหลายอย่างที่มีความสำคัญมากเส้นทางท่องเที่ยว ผ้าพื้นเมือง อาหารถิ่น ความประทับใจ การเดินทางในแต่ละภาค
 “กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์เดินทางเข้าถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยอย่างลึกซึ้ง จะเกิดเป็นรูปธรรมได้จะต้องร่วมมือกัน 4 ด้าน คือ 1.ททท.ทำหน้าที่เชื่อมโยงโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาบูรณาการร่วมกับท้องถิ่น 2.ชุมชนต้องรักษาเอกลักษณ์และความเป็นเจ้าบ้านที่ดี 3.ผู้ประกอบการมีส่วนสำคัญมากจะต้องมีความเข้าใจผลิตแพกเกจให้สอดคล้องกับสินค้าท้องถิ่น ขณะเดียวกันมัคคุเทศก์นำเที่ยวต้องรู้เรื่องราวลึกแหล่งท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นแล้วนำมาเล่าให้มาก 4.นักท่อง ต้องนำความประทับใจร้อยเรียงเนื้อหานำไปบอกต่อยังกลุ่มอื่น ๆ ต่อไป จึงจะทำให้ประสบการณ์เที่ยวอย่างเข้าถึงท้องถิ่นสำเร็จเป็นอย่างดี” นายศุกรีย์กล่าว
 ส่วน “ตลาดต่างประเทศ” เป็นดาวรุ่งมาแรงอย่าง “รัสเซีย” ซึ่งมีการเพิ่มอย่างน่าสนใจทั้ง วันพักเฉลี่ย 17 วันต่อทริป และยอดค่าใช้จ่ายสูงถึง 80,000 บาทต่อคนต่อทริป เติบโตสูงถึง 15 % นั้น
 “นางสาวเอื้อมพร จิรกาลวิศัลย์” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานมอสโก ประเทศรัสเซีย เล่าว่า ปีหน้าเมื่อไทยก้าวเข้าสู่ท่องเที่ยว 4.0 เตรียมทำการตลาดเชิงรุกที่ท้าทายความสำเร็จโดยจะกระตุ้นชาวรัสเซียที่มาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มเป็น 85,000 บาทต่อคนต่อทริป โดยการบุกเจาะกลุ่มคุณภาพที่มีกระแสชื่นชอบมาใช้บริการ “แพทย์องค์รวม” หรือ Health and Wellness Spa ขณะนี้มีสถานประกอบการไทยหลายแบรนด์โด่งดังในตลาดรัสเซียทางด้านบริการความสวยความงาม การทำให้หนุ่มสาวกว่าวัยหรือชะลอความแก่ (anti aging) นวดสปา ป้องกันรักษาสุขภาพ 
   ระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคม 2559 นี้ ททท.มอสโก จะนำผู้ประกอบการเฮลท์แอนด์เวลเนส สปา ไทย ไปเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการในรัสเซีย 3 เมืองหลัก ได้แก่ เมืองวลาดิวอสต็อก เมืองคาบาลอฟ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีผลิตอาวุธและอุตสาหกรรมหนักอื่น ๆ เมืองยูสโน บนเกาะซัคคาริน ขณะนี้เริ่มมีสายการบินน้องใหม่ “เอส-เซเว่น” บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) จากวลาดิวอสต็อกเข้ามายังกรุงเทพฯ
    สำหรับแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมในรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS โดดเด่นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางพร้อมจะเดินทางไปทำตลาดเดือนสิงหาคมนี้ อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งมีสาขาครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา หรือ โรงพยาบาลปิยะเวช กล้วยน้ำไทย บำรุงราษฎร์ หรือกลุ่มผู้ประกอบสุขภาพโด่งดังอย่าง ชีวาศรม ระรินจินดา เป็นสปาที่ได้มาตรฐาน หรือคลินิกขึ้นชื่อการทำชะลอวัย ได้แก่ TRIA Wellness, BEC Clinie เป็นกลุ่มทันสมัยคู่ค้ารัสเซียชื่นชอบมาก
     โดยภาพรวมปี 2560 ททท.คาดการณ์จะมีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน สร้างรายได้รวมเข้าประเทศมากกว่า 80,000 ล้านบาท เป็นตลาดที่พร้อมจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เข้าถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยอย่างลึกซึ้ง กระจายพื้นที่เที่ยวเพิ่มจากเมืองชายหาดพัทยา ภูเก็ต ไปยัง หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเขาสก การนั่งบอลลูนชมธรรมชาติ
     ภารกิจปีหน้าของ ททท.จะต้องเผชิญความท้าทายและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการนำประเทศสู่ “ท่องเที่ยว 4.0 :เที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง” เข้าถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น สร้างดุลยภาพเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ให้เกิดความมั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อไป

_________________

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน :rakdeethai@gmail.com

(สกู๊ปเผยแพร่ใน ไทยโพสต์-คอลัมน์ “จตุรัสทั่วไทย น.8 วางแผงวันอาทิตย์ที่ 10-16 กรกฎาคม2559 และในบล็อกเกอร์ : gurutourza.blogspot.com )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s