กฎหมายธุรกิจนำเที่ยวผ่านฉลุยคุมราคาทัวร์ขั้นตํ่า

กฎหมายธุรกิจนำเที่ยวผ่านฉลุยคุมราคาทัวร์ขั้นต่ำ


พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ฉบับใหม่ ผ่านฉลุยรอประกาศใช้ พร้อมเตรียมออก ก.ม.ลูก วางเกณฑ์ให้บริษัททัวร์กำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายท่องเที่ยวชี้สายเกินไปที่เอกชนจะคัดค้าน แนะเข้าร่วมหารือกำหนดราคาที่ยืดหยุ่นได้ผ่านคณะทำงานการตั้งราคามาตรฐานขั้นต่ำ
นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสมาคมโรงแรมไทย และผู้เชี่ยวชาญกฎหมายด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2 )พ.ศ.2559 ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในวาระ 2และ3 เรียบร้อยแล้ว รอเพียงการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามขั้นตอนไม่น่าจะเกิน 10-15 วันจากนี้
สาระสำคัญในพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.บริษัทนำเที่ยวจะต้องกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนดไว้ และต้องแสดงเอกสารประกอบด้วย 2.การจะเป็นมัคคุเทศก์ได้ จะต้องผ่านการทดสอบ ตามข้อกำหนดของนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนด และ 3.ผู้ที่เป็นมัคคุเทศก์อยู่แล้วในปัจจุบัน จะต้องผ่านการฝึกอบรม ตามที่นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนด จึงจะสามารถต่ออายุใบอนุญาตการเป็นมัคคุเทศก์ได้
ทั้งนี้ขั้นตอนจากนี้จะมีการออกกฎกระทรวง และประกาศกระทรวงในอีกหลายข้อ ซึ่งจะเป็นกฎหมายลูก เพื่อให้มีผลในการดำเนินการต่อไป โดยจะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนจะออกกฎหมายลูกแล้วเสร็จทุกฉบับ โดยหลักๆ เรื่องสำคัญจะมี 4-5 เรื่อง ได้แก่ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่ต้องกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำที่จะเกิดขึ้น ประกาศข้อกำหนดนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เรื่องการทดสอบสำหรับผู้เป็นมัคคุเทศก์ใหม่ และการฝึกอบรมสำหรับมัคคุเทศก์ที่ต้องการต่ออายุใบอนุญาต
รวมทั้งจะออกกฎกระทรวงเรื่องการกำหนดค่าธรรมเนียมการดำเนินธุรกิจนำเที่ยวที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบในกรณีที่ทิ้งทัวร์หรือขายทัวร์ไม่เป็นไปตามโปรแกรม โดยเฉพาะทัวร์เที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) ซึ่งทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการเพิ่มหลักทรัพย์ค้ำประกันในการจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวไปยังต่างประเทศ (เอาต์บาวด์ ทัวร์)จาก 2 แสนบาทเป็น 2 ล้านบาท ธุรกิจนำเที่ยวอินบาวด์ จาก 5 หมื่นบาทเป็น 2 แสนบาท คงเฉพาะธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1 หมื่นบาท

จากการบังคับใช้ของกฎหมายดังกล่าว หน่วยงานรัฐต้องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาในธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการนำเที่ยวต้องเตรียมการรับมือในเรื่องนี้ โดยก่อนหน้านี้ทางสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวหรือแอตต้า ได้เชิญผมไปอัพเดตเรื่องนี้ให้ฟังแล้ว ซึ่งแม้ทางบริษัทนำเที่ยวจะไม่เห็นด้วยในเรื่องของการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำแต่มาวันนี้ถือว่าสายเกินไปแล้ว
เนื่องจากพ.ร.บ.นี้จะประกาศใช้แล้ว แต่แนะนำไปว่าให้แอตต้า และสมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ไปรวมกลุ่มเป็นคณะทำงาน และเข้าไปมีบทบาทในการหารือร่วมกับภาครัฐ ในช่วงระหว่างขั้นตอนการออกกฎกระทรวงหรือประกาศกระทรวง ซึ่งเป็นกฎหมายลูก เพื่อร่วมกันกำหนดภาคเอกชนราคาทัวร์ขั้นต่ำอย่างไรให้ทุกฝ่ายรับได้ หรือต้องมีทางออกให้ภาครัฐมองเห็นว่าควรจะเริ่มกำหนดค่าทัวร์ขั้นต่ำเฉพาะตลาดจีนก่อน เพราะเป็นตลาดที่มีปัญหาก่อน เป็นต้น หรือหารือเรื่องของการทยอยการขอเพิ่มหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินธุรกิจนำเที่ยวให้แก่ผู้ประกอบที่ดำเนินธุรกิจอยู่เดิม เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบมาก
“ที่ผ่านมาในพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 กำหนดไว้เพียงว่าห้ามทำทัวร์ราคาต่ำกว่าทุนเท่านั้น และที่ผ่านมาธุรกิจนำเที่ยวบางตลาด ปล่อยให้เกิดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญยืดเยื้อ ภาครัฐจึงต้องการแก้กฎหมาย เพื่อบังคับให้บริษัทนำเที่ยวจะต้องกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนดไว้ และต้องแสดงเอกสารประกอบด้วย เพื่อหวังแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ขณะเดียวกันยังยืดหยุ่นให้เอกชน โดยคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย มีการตัดประเด็นการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ ต้องคำนึงถึงรายละเอียดเรื่องใดบ้างเช่น ค่าที่พัก ค่าบัตรโดยสาร ออกไป เหลือเพียงราคาทัวร์ขั้นต่ำตามที่คณะกรรมการทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการระบุในประกาศกระทรวง ภาคเอกชนก็เข้าไปร่วมพิจารณาราคาทัวร์ขั้นต่ำนี้ได้ ซึ่งคณะทำงานการตั้งราคามาตรฐานขั้นต่ำก็มีเอกชนร่วมเป็นกรรมการอยู่เกินครึ่ง”
นอกจากนี้กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย ยังได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจเพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลนำไปพิจารณา ได้แก่ 1.เนื่องจากคนทำธุรกิจนี้ ต้องไม่กระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายของอุตสาหกรรม ดังนั้นควรมีการกำหนดบทลงโทษให้มากขึ้น 2.การวางหลักทรัพย์เพื่อดำเนินธุรกิจนำเที่ยว ควรให้วางเป็นเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันจากธนาคารเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำใบหุ้นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน 3.ในการตั้งนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ของภาครัฐ ควรกำหนดคุณสมบัติการเป็นนายทะเบียนว่าไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ 4. ควรต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

——-

โดย ฐานเศรษฐกิจ – 11 July 2559

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s