กำนันตำบลพรุเตียวเดินเข้าร้องเรียน สส.ช่วย หลังชาวบ้านถูกป่าไม้จับ สาเหตุไม่ยอมขออนุญาตเก็บหาของป่า

30/1/2556 16:10 (1)กำนันตำบลพรุเตียวเดินเข้าร้องเรียน สส.ช่วย หลังชาวบ้านถูกป่าไม้จับ สาเหตุไม่ยอมขออนุญาตเก็บหาของป่า เตรียมนำเสนอต่อกรรมาธิการกระทรวงทรัพย์ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.56 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 จังหวัดกระบี่ ตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ นายสุคน สวัสดิภิรมย์ ส.อบจ.เขาพนม นายสินชัย พลเดช กำนันตำบลพรุเตียว อ.เขาพนม พร้อม ส.อบต.ในพื้ที่นำหนังสือร้องเรียน และเอกสารเป็นบันทึกข้อความของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ และสำเนาเอกสาร การปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ ของกรมป่าไม้ โดยนายอาคม เอ่งฉ้วน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายสุชีน เอ่งฉ้วน สส.กระบี่ เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้รับเรื่อง

นายสินชัย พลเดช กำนันตำบลพรุเตียว อ.เขาพนม กล่าวว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้จับกุมชาวบ้าน 2 ราย หลังจากเข้าไปเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่ ม.4 ต.พรุเตียว ซึ่งชาวบ้านมีสวนปาล์มอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า สวนของชาวบ้านอยู่ในเขตพื้นที่สัมปทานของบริษัทยวนสาวการเกษตร จำกัด ซึ่งจะหมดสัมปทานในปี 2558  หากต้องการเก็บผลปาล์มต้องขออนุญาตเก็บหาของป่า หากไม่ดำเนินการก็จะถูกจับกุมเช่นนี้ต่อไป ซึ่งหลังทราบเรื่องชาวบ้านได้มาปรึกษากับตน จึงได้นำเรื่องนี้มาหารือกับทาง สส.เพื่อช่วยเหลือ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ และชาวบ้าที่ถูกจับนั้นแม้จะอยู่ในเขตสัมปทาน แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแปลงสัมปทาน เพราะอยู่มาก่อน และมีสวนแค่ไม่กี่ไร่เท่านั้น

ด้านนายอาคม เอ่งฉ้วน สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเนื่องจากขณะนี้ทางกรมป่าไม้ กำลังหาทางออกสำหรับพื้นที่สัมปทาน ที่หมดอายุและกำลังจะหมดหลายหมื่นไร่ โดยเงื่อนไขหนึ่งคือการให้ผู้ที่สัมปทานมาขออนุญาตเก็บหาของป่า โดยจะต้องเสียรายได้จากการขายผลผลิต 30 เปอร์เซ็นต์ แต่กรณีที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นกับชาวบ้านที่มีสวนทับซ้อนกันอยู่ และส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มีสวนในลักษณะนี้ จะมีสวนมาก่อนการให้สัมปทาน เพราะกรณีที่มีการสัมปทานที่ดินในเขตป่าเสื่อมโทรมนั้น ที่ผ่านมากรมป่าไม้ใช้วิธีการขีดเส้นทับทั้งป่า แล้วให้ผู้สัมปทานไปเจรจากับชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินอยู่ บางรายก็ขายให้กับผู้สัมปทาน แต่บางรายไม่ขายก็เลยกลายเป็นว่า แต่ละแปลงจะได้เนื้อที่ไม่เต็มตามจำนวนที่ขอ

กรณีของป่าสัมปทานของบริษัทยวนสาวการเกษตรนั้นก็เช่นกัน และแปลงนี้จะหมดสัญญาในปี 2558 เนื้อที่สัมปทานประมาณ 8,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าผู้สัมปทานได้มีการเปลี่ยนมือขายบางส่วนให้ชาวบ้านไปแล้วก็มี ซึ่งหลังจากนี้ตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับทางกรรมาธิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาอีก เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านจำนวนมาก ที่มีที่ดินเป็นสวนยางและสวนปาล์มมาก่อนการให้สัมปทาน แม้จะอยู่ในเขตป่า แต่ก็มีมติ ครม.เมื่อปี 2541 ที่อนุโลมอยู่แล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s