อบจ.กระบี่ ลงพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ รับทราบปัญหา คลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ชาวบ้าน กระทบหนัก ที่ดินชาวบ้านหาย พบชาวบ้าน 7 ราย

นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่ 2อบจ.กระบี่ ลงพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ รับทราบปัญหา คลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ชาวบ้าน กระทบหนัก ที่ดินชาวบ้านหาย พบชาวบ้าน 7 ราย ถือ นส.3 ก.เนื้อที่ 50 ไร่ แต่ไม่มีที่ดิน ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่น้ำทะเล

นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่  นายชัยศักดิ์ แสวงผล ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.กระบี่ และนายประดิษฐ์ จันทร์ทอง นายกอบต.คลองประสงค์  พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่  ซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเล ติดปากน้ำกระบี่  ตรงข้ามเทศบาลเมืองกระบี่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวว่า พื้นดินที่อาศัยอยู่โดนน้ำทะเลกัดเซาะจนที่ดินเริ่มหายไปเรื่อยๆ จนเกือบมาถึงตัวบ้านที่อาศัยอยู่ แม้ที่ผ่านมาจะมีการทำแนวกันคลื่นเป็นไม้ไผ่ก็ตาม

นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่   กล่าวว่า การลงพื้นที่ ตำบลคลองประสงค์ เพื่อรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างละเอียด ส่วนแนวทางในการแก้ไข จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น จะทำกำแพงไม้ไผ่เพื่อชะลอความแรงของคลื่นที่จะกระทบฝั่ง โดยจะทำแนวไม้ไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยม จำนวน 3 ชั้น ให้ห่างจากตัวชายหาดออกไปอีกประมาณ 500 เมตร ส่วนด้านหลังจะหาต้นปีปี หรือ ต้นโกงกางมาปลูก เพื่อให้ต้นไม้ช่วยยึดหน้าดินไว้ ส่วนตัวเขื่อนที่มีการสร้างในบางจุดและเกิดการกัดเซาะ ก็จะใช้ก้อนหินมาทิ้ง เพื่อป้องกันการกัดเซาะที่จะทำให้ตัวเขื่อนเกิดความเสียหายล้เพิ่ม

ซึ่งเรื่องปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นดินดังกล่าว ไม่ได้เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่เกิดอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว โดยพื้นที่เกิดปัญหาน้ำกัดเซาะเป็นทางยาวตลอดแนวชายหาดกว่า 2 กิโลเมตร แต่จุดที่เป็นปัญหาหนักที่สุดคือพื้นที่ช่วง 700 เมตร บริเวณหอสัญญาณเตือนภัยสึนามิ แม้ที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกับ อบต.คลองประสงค์  อบจ.กระบี่  จังหวัดกระบี่ จัดหาแนวทางป้องกันแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งแรงของคลื่นที่ซัดเข้ามาได้

ทำให้ที่ดินของชาวบ้านอยู่ลึกลงไปในทะเลอีกประมาณกว่า 500 เมตร  โดยชาวบ้านมีมีเอกสาร นส.3 ก. จำนวน 7 ราย พื้นที่ประมาณ 50 ไร่ และในบริเวณนี้ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึงไร่ละ 3 ล้านบาทแต่ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวที่ถือครองเฉพาะหนังสือเอกสารสิทธิ์เพียงอย่างเดียว ส่วนที่ดินกลายเป็นทะเลไปแล้ว ขณะนี้ก็เริ่มที่จะกระทบถึงตัวบ้านที่สร้างบริเวณเดียวกันเกือบ 100 ครัวเรือน จึงอยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอย่างจริงจังเสียที

ขอขอบคุณชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดกระบี่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s