ป่าไม้สนธิกำลังทหาร ตำรวจและกลุ่มมวลชนกว่า 200 เข้าทำลายผลอาสินที่บุกรุกป่าสงวนเนื้อที่ 50 ไร่ ระบุจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อนำป่ากว่า 1 หมื่นไร่ให้ชาวกระบี่

ป่าไม้สนธิกำลังทหาร ตำรวจและกลุ่มมวลชนกว่า 200 เข้าทำลายผลอาสินที่บุกรุกป่าสงวนเนื้อที่ 50 ไร่ ระบุจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อนำป่ากว่า 1 หมื่นไร่ให้ชาวกระบี่

เวลา 10.00 น.วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ โดยนายอำนาจ สร้อยเกียว ผู้อำนวยสำนัก ได้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกลุ่มมวลชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้จาก 11 หน่วยป้องกันรักษาป่าจาก จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ รวมจำนวน 250 คน ได้เข้าทำลายผลอาสินตามมาตรา 25 พรบ.ป่าไม้ 2507  ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าในช่องฝั่งตะวันตก หมู่ที่ 2 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ซึ่งอยู่ติดถนนเพชรเกษมช่วงกระบี่-พังงา และอยู่ใกล้กับที่ตั้งของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ประมาณ 5 กม.

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตัดฟันทำลายผลอาสิน 3 แปลง แปลงแรกเนื้อที่ 39 ไร่ 40 ตรว. เป็นยางพารา 3,000 ต้น และปาล์มน้ำมัน 80 ต้น อายุผลอาสิน 3 ปี แปลงที่ 2 เนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 60 ตรว. เป็นยางพารา 400 ต้น สะตอ และลองกอง 200 ต้น อายุผลอาสิน 3 ปี และแปลงที่ 3 เนื้อที่ 2 ไร่ 80 ตรว. เป็นปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 3 ปี 40 ต้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตัดฟันและใช้ยาฆ่าตอราด

นายอำนาจ  สร้อยเกียว ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ กล่าวว่า การเข้าดำเนินการในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนในการนำผืนป่าที่ถูกบุกรุกกลับคืนมา ซึ่งพื้นที่ป่าในช่องฝั่งตะวันตกมีเนื้อที่ประมาณ 10,625 กว่าไร่ เป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์และเป็นป่าพื้นราบห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร และเป็นป่าที่ติดกับถนนสายหลัก ที่ผ่านมาพบมีการบุกรุกจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจยึดและจับกุมมาโดยตลอด ซึ่งหลังจากนี้ก็จะดำเนินการต่อเนื่อง สำหรับแปลงที่ได้ตรวจยึดไว้แล้ว ก็จะเร่งรัดจับกุมผู้กระทำความผิด และทำลายผลอาสินต่อไป เพื่อที่จะนำพื้นที่ป่าแห่งนี้กลับคืนมาให้ชาวกระบี่

ด้าน ร.ต.ต.ระวิ แพรกปาน ประธานชมรมนักอนุรักษ์ป่าจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่ทางผู้เกี่ยวข้อง ได้เอาจริงเอาจังกับผืนป่าแห่งนี้ เพราะชาวกระบี่เรียกผืนป่าแห่งนี้ว่าป่าแก่ เป็นป่าต้นน้ำ และป่าหน้าตาของจังหวัดกระบี่ ซึ่งจากการหารือร่วมกับทางผู้อำนวยการสำนักฯ ก็ทราบว่าจะดำเนินการต่อเนื่องทุกแปลงที่ถูกบุกรุกทั้งใหม่และเก่า แต่ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแปลงที่มีอายุ 10 กว่าปีขึ้นไป เพราะในส่วนนั้นได้มีการทำมานานแล้ว และมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 80-90 แปลง แต่ในส่วนของการบุกรุกใหม่ก็จะดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการต่อสู้เพื่อนำผืนป่ากลับคืนมา ซึ่งหลังจากนี้ทางป่าไม้ ก็จะร่วมกับทางกลุ่มมวลชน ในการฟื้นฟูป่า และทราบว่าจะมอบผืนป่าที่ยังสมบูรณ์ให้กับทางชุมชนในการดูแลรักษาไว้ด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s