ชวน ชี้แจงกรณี ชาวจังหวัดพังงาทวงคืนเรือรบหลวงพระทอง เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม เพราะทางจังหวัดกระบี่ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 53 โดยดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายทุกอย่าง

ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายและการพัฒนาจังหวัดกระบี่  ชี้แจงกรณี ชาวจังหวัดพังงาทวงคืนเรือรบหลวงพระทอง เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม เพราะทางจังหวัดกระบี่ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 53 โดยดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายทุกอย่าง  ระบุหากยืดเยื้อก็จะทำให้เรือชำรุดมากขึ้น เป็นอุปสรรคต่อโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลของกระบี่ด้วย

นายชวน ภูเก้าล้วน  ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายและการพัฒนาจังหวัดกระบี่   เปิดเผยถึงกรณีที่ ชาวจังหวัดพังงาได้เรียกร้องให้ นำเรือรบหลวง “พระทอง” ซึ่งเป็น 1 ในเรือที่ปลดประจำการแล้ว  ในโครงการจัดสร้างอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล บริเวณเกาะพีพี  ของจังหวัดกระบี่  เพื่อทำเป็นแนวปะการังเทียม และแหล่งดำน้ำ  ไปไว้ที่จังหวัดพังงา   โดยล่าสุดทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา  ได้ทำหนังสือผ่าน นายกฤษ ศรีฟ้า เลขานุการรมว.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการสื่อสาร  เพื่อระงับการเคลื่อนย้ายเรือลำดังกล่าวแล้ว

                ในฐานะที่เป็นผู้เริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าว  การที่ชาวจังหวัดพังงาและผู้เกี่ยวข้องได้ ทำหนังสือขอให้ระงับการนำ “เรือหลวง พระทอง”  ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการจัดสร้างอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล เพื่อนำไปไว้ที่จังหวัดพังงานั้น   ตนมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม เพราะที่จังหวัดกระบี่ ได้มีการดำเนินการตามระเบียบมาโดยตลอด  ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2553   โดยติดต่อประสานผู้เกี่ยวข้องทั้งกองทัพเรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  จนกระทั่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู)เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2555  ระหว่าง  กรมทรัพยากรทางทะเลฯ และมูลนิเอ็นไลฟ์ 

โดยการรับเรือรบหลวงที่ปลดประจำการจากกองทัพเรือจำนวน4 ลำประกอบด้วย เรือหลวงพระทอง  เรือรบหลวงโกลำ  เรือรบหลวงวารี   และเรือรบหลวงตะลิบง  มาไว้ที่จังหวัดกระบี่   เพื่อนำไปจัดวางเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ทะเล   โดย1 ใน4 ลำคือเรือพระทอง เป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดของเรือยาว 98.1 เมตร กว้าง 15 เมตร จะนำไปวางไว้ทีบริเวณเกาะพีพีเล  ต.อ่าวนาง

               ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555  ทางมูลนิธิเอนไลฟ์  ก็ได้ทำสัญญา ว่าจ้างบริษัท อรวรรณ ทรานสปอร์ต จำกัด  เป็นเงิน 10 ล้านบาท  เพื่อดำเนินการลากจูง เรือปลดระวางทั้ง4 ลำจากท่าเทียบเรือกองทัพเรือ จ.สุมทปราปราการ มายังสถานที่จัดวางบริเวณทะเลที่จังหวัดกระบี่   ซึ่งการที่ทางจังหวัดพังงา  ทำเรื่องขอระงับการลากเรือหลวงพระทองเพื่อจะเอาไปไว้ที่จังหวัดพังงา  นั้น  จึงเป็นการไม่สมควร  เพราะเพิ่งจะมาขอหลังจากที่มีการลงนามเอ็มโอยู แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกองทัพเรือได้มีการเสนอเรือหลวงช้างและเรือ หลวงโพธิ์ สามต้น ด้วย แต่ทางจังหวัดตราดได้ขอเรือหลวงช้างไป ส่วน เรือหลวงโพธิ์ สามต้น ทางจังหวัดจันทบุรี ก็ขอไป  จึงเหลือเพียง4 ลำดังกล่าว

 ซึ่งหากทางชาวจังหวัดพังงายืนยันที่จะเอาเรือพระทอง ก็คงจะต้องมีการหารือกับทางกองทัพเรือและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พิจารณา   เพราะการที่ทำอย่างนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อโครงการ  เพราะหากยืดเยื้อก็จะทำให้เรือที่ปลดประจำการอาจจะชำรุดมากขึ้น อาจจะจมทะเลก่อนที่จะมีการชักลากได้   เชื่อว่าการเพิ่งมีการคัดค้านอาจมีการแอบแฝงทางการเมือง

  โดยในวันที่19 พ.ย.55นี้ ก็จะมีการนัดหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกครั้ง โดยจะมีทางกองทัพเรือ มูลนิธิเอ็นไลฟ์ เป็นตัวกลางในการเจรจา  ที่กรุงเทพฯ หากผลออกมาอย่างไรนั้นก็สุดแล้วแต่ ตนก็จะต้องน้อมรับ แต่การที่ชาวจังหวัดพังงาเพิ่งจะมามาเรียกร้องในตอนี้นั้นน่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่นอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s